ศาสตร์เรื่องโหงวเฮ้งเป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมมายาวนาน เชื่อกันว่าช่วยให้เป็นสิริมงคลกับชีวิต และเสริมโชคลาภ แต่เทรนด์ใหม่ที่น่าสนใจไปกว่านั้น คือการทำศัลยกรรมใบหน้าเพื่อปรับโหงวเฮ้ง นอกจากจะทำให้ชีวิตรุ่งโรจน์แล้ว ยังช่วยคืนความอ่อนเยาว์ได้อีกด้วย คอนเฟิร์มโดยผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมโดยตรง ‘ณัฐจงกล หว่อง’ ผู้ก่อตั้งและผู้บุกเบิก ‘โตเกียวคลินิก’ ศัลยกรรมความงามตามศาสตร์โหงวเฮ้งแห่งแรกๆ ของเมืองไทย

จุดเริ่มต้นในฐานะนักออกแบบใบหน้าด้วยศาสตร์ของโหงวเฮ้ง

“จุดเริ่มต้นที่ทำให้เริ่มหันมาสนใจศาสตร์ด้านโหงวเฮ้งเกิดจากความที่ดิฉันไม่ใช่คนสวย ตอนเด็กๆ จำได้ว่าชอบมองคนสวยตลอด คนนี้สวย คนนั้นสวย มองแล้วก็ชอบวิเคราะห์ว่าเขาสวยเพราะอะไร และคนที่ไม่สวยเขาขาดอะไร จึงเริ่มสนใจเรื่องพวกนี้มาตั้งแต่เป็นเด็ก จนกระทั่งโตขึ้นมีโอกาสได้รู้จักกับอาจารย์ชาวไต้หวันที่เชี่ยวชาญศาสตร์ของโหงวเฮ้งโดยเฉพาะ ดิฉันจึงตัดสินใจไปศึกษากับอาจารย์ที่ไต้หวันอยู่ประมาณ 3 ปี

“พอกลับมาเมืองไทยจึงมาเปิดคลินิกชื่อ ‘เอเธนส์ บิวตี้’ ตรงแถวราชเทวี ตั้งแต่สมัยที่ศัลยกรรมยังไม่ดังในเมืองไทย หลังจากนั้นดิฉันจึงไปศึกษาเรื่องคิ้ว และเปิดเป็นคลินิกบิวตี้ด้านคิ้วโดยเฉพาะ ทำมาได้ 4-5 ปี ก่อนจะตัดสินใจมาเปิดคลินิกศัลยกรรมของตัวเองที่ชื่อ ‘โตเกียวบิวตี้คลินิก’ ทำมาจนถึงวันนี้ก็เข้าปีที่ 35 แล้วค่ะ”

cosmetic2

โหงวเฮ้งบนใบหน้าที่นำมาใช้พิจารณาประกอบในการทำศัลยกรรมหลักๆ ดูจากอะไรบ้าง

“จริงๆ แล้วศาสตร์ของโหงวเฮ้งต้องดูทุกจุด ทั้งใบหน้า ใบหู หน้าผาก ตา จมูก ปาก และริมฝีปาก แต่จมูกเป็นส่วนสำคัญที่สุดบนใบหน้า เพราะถ้ามีจมูกดี แต่เครื่องหน้าอย่างอื่นไม่ดี โดยรวมก็จะยังดูดี แต่ถ้าเครื่องหน้าอย่างอื่นดูดี แต่จมูกไม่ดี โดยรวมอาจจะไม่ดีเท่าไรนัก นอกจากนี้ ตามหลักของศาสตร์ด้านโหงวเฮ้ง จมูกยังหมายถึงทรัพย์ อำนาจ และคู่ครอง ฉะนั้นเวลาลูกค้าเข้ามาปรึกษา สิ่งแรกที่จะดูคือจมูก ที่สำคัญการจะทำจมูกไม่ใช่แต่จะเสริมให้โด่งๆ ไว้ก่อน แต่การทำจมูกต้องทำให้ทั้ง 3 ส่วนคือ หน้าผาก จมูก และคางบาลานซ์กัน

ตามหลักของศาสตร์ด้านโหงวเฮ้ง จมูก ยังหมายถึงทรัพย์ อำนาจ และคู่ครอง ฉะนั้นเวลาลูกค้าเข้ามาปรึกษา สิ่งแรกที่จะดูคือ จมูก

“เพราะฉะนั้นเวลามีลูกค้าเดินเข้ามาปรึกษา ดิฉันก็จะแนะนำในเรื่องของโหงวเฮ้ง จากนั้นจึงเป็นกระบวนการของแพทย์ที่จะดำเนินการต่อไป แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม กระบวนการตัดสินใจขั้นสุดท้ายจะอยู่ที่ลูกค้า ซึ่งมีสิทธิ์ที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อในสิ่งที่เราบอกก็ได้ หรือจะไปทำที่อื่นก็ไม่มีปัญหาค่ะ เพียงแต่หน้าที่หลักๆ ของดิฉันคือการแนะนำตามความเป็นจริงมากที่สุดว่าใบหน้าของเขาตอนนี้ขาดอะไรบ้าง”

ปัญหาบนใบหน้าของคนวัย 50 ขึ้นไปคืออะไรบ้าง

“ช่วงอายุ 50-60 เป็นช่วงเสื่อมของคนเรา ความชรามาเยือนแบบเห็นชัด ซึ่งที่จริงไม่เกี่ยวกับโหงวเฮ้ง เพราะโหงวเฮ้งเป็นเรื่องคาง จมูก หน้าผาก ขมับ และใบหูมากกว่า ความชราไม่ทำให้โหงวเฮ้งเปลี่ยน แต่เมื่ออายุถึงวัยนี้ สิ่งที่เห็นชัดคือตาบนตก ตาล่างโปน มีร่องแก้ม หนังคอย่นเป็นชั้น มองแล้วไม่สดใส ถ้าไม่ทำอะไรเลยก็อาจแก่ตามวัยหรือแก่เลยวัย ซึ่งการทำศัลยกรรมเพื่อเก็บตา ร่องแก้ม และคอแม้ไม่ได้ช่วยปรับโหงวเฮ้งโดยตรง แต่ทำแล้วจะดูสดใส มองแล้วสบายใจ และจะดูอ่อนกว่าวัยมาก และหากเริ่มปรับตั้งแต่แรกๆ เช่น บางคนมีริ้วรอยที่ดวงตาตั้งแต่อายุแค่ 30-40 ก็ให้เริ่มทำที่ตาก่อน เมื่อทำแล้วพอคุณอายุ 50-60 คุณจะไม่มีทางเหมือนคนอายุ 50-60 แล้วค่อยมาดูอีกทีว่าตอนนั้นต้องทำอะไรเพิ่ม”

ควรดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ตรงไหนบกพร่องก็ไปจัดการแก้ไข เมื่อคนเราดูดีขึ้นก็จะเกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

cosmetic4cosmetic3

แปลว่าคนอายุน้อยก็มีปัญหารอบดวงตาได้ แล้วช่วงร่องแก้มและคอ อายุไม่ถึง 50 จะต้องทำไหม เพราะบางคนมีร่องแก้มตั้งแต่เด็ก หรือมีเส้นคอชัดเหมือนกัน

“ทำตาได้ตั้งแต่อายุไม่ถึง 50 แล้วแต่คน เพราะอายุ 40 ก็ตาตกได้ ไขมันที่ชั้นตามีได้ แต่คอกับร่องแก้มส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยตกค่ะ แต่พอถึงอายุ 60 คอกับร่องแก้มมาแน่ ที่บางคนมีร่องแก้มตั้งแต่เด็ก แปลว่าเขามีโหนกแก้มสูง ทำให้ร่องแก้มลึก เรียกว่าร่องอำนาจ อายุกับการศัลยกรรมบางทีก็ไม่ไปด้วยกัน อย่างเรื่องการดึงหน้า คนอายุ 60 เท่ากัน บางคนดึงแบบมินิก็พอแล้ว เพราะเป็นคนที่กล้ามเนื้อแข็งแรง มีปัญหาแค่ที่ตากับร่องแก้ม แต่บางคนอาจต้องดึงคอด้วย เรียกว่าดึงแบบฟูลเฟซลิฟต์เพราะผิวไม่มีคอลลาเจน ขาดความยืดหยุ่น”

ขอให้อธิบายเพิ่มเติมว่าการดึงหน้าแบบมินิและแบบฟูลเฟซลิฟต์ต่างกันอย่างไร

“มินิคือดึงช่วงบนตั้งแต่หว่างคิ้วจนเกือบถึงใบหู เพื่อจัดการปัญหาแถวดวงตาและร่องแก้ม แต่ถ้าคอย่น เนื้อคอหลวมเป็นชั้นแล้วก็ต้องดึงคอด้วย จะเก็บริ้วรอยทั้งหมดไปไว้ที่หลังหู ฟูลเฟซลิฟต์คือดึงทั้งใบหน้าและลำคอ ถ้ามาพบหมอแล้วเห็นว่าช่วงครึ่งหน้าล่างยังไม่ต้องดึงก็ทำแค่มินิ ทั้งสองแบบเป็นการผ่าตัดเก็บริ้วรอย ต้องวางยาสลบ แต่ไม่ต้องพักฟื้นนาน วันนี้ทำ พรุ่งนี้พักหนึ่งวัน วันมะรืนก็แต่งหน้าได้ตามปกติ”

การดึงหน้าต้องเจอคนไข้ก่อนถึงจะรู้ว่าต้องทำแบบไหน แต่ถ้าเป็นเรื่องตา ส่วนใหญ่พอถึงวัยนี้ต้องทำทุกคนใช่ไหมคะ

“ใช่ค่ะ พออายุ 50 กล้ามเนื้อตาจะตก หนังตาก็ตกด้วย และมีถุงใต้ตา ควรทำตาก่อน แต่เดี๋ยวนี้การทำตาเป็นเรื่องไม่ยากและไม่เจ็บเท่าสมัยก่อน คือเราไม่ค่อยใช้วิธีกรีดแล้ว แต่ใช้วิธียกกล้ามเนื้อแล้วผูกด้านใน จะได้ดวงตาที่สวยงามเป็นธรรมชาติมาก

การทำศัลยกรรมไม่ใช่เรื่องของความสวยหรือไม่สวยเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของความมั่นใจที่อยู่ภายในของเราด้วย

ผลที่ได้จากการทำศัลยกรรมปรับใบหน้าตามศาสตร์ของโหงวเฮ้งคืออะไร

“สิ่งแรกที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ จะดูดีขึ้น สวยขึ้น และพอดูดีก็จะเกิดความมั่นใจ อย่างบางคนอายุมากขึ้น แต่กลับไม่สนใจดูแลตัวเองเลย ปล่อยตัวเองให้โทรม ตื่นเช้าขึ้นมาก็ไม่มีกำลังใจอยากจะแต่งตัวสวยออกไปไหน แต่หากคุณดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ตรงไหนบกพร่องก็ไปจัดการแก้ไข เมื่อคนเราดูดีขึ้นก็จะเกิดความมั่นใจ มีกำลังใจอยากลุกขึ้นมาแต่งตัว ซึ่งความมั่นใจนี่แหละคือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะฉะนั้นสำหรับดิฉัน การทำศัลยกรรมไม่ใช่เรื่องของความสวยหรือไม่สวยเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของความมั่นใจที่อยู่ภายในของเราด้วย”

“แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ บางคนทำศัลยกรรมแล้วดูดีขึ้น ดูสวยกว่าเดิม ชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดี กลับกลายเป็นว่าอยากจะทำอีก เริ่มเสพติดการทำศัลยกรรม เข้ามาขอทำเพิ่ม แบบนี้ดิฉันจะไม่แนะนำให้ทำเด็ดขาด เพราะถ้าทำแล้วจากที่ดีๆ สุดท้ายอาจจะพังได้ บางคนเข้ามาขอทำจมูก คาง ใบหู ตาบน ตาล่าง แบบนี้เราจะเลือกทำจากสิ่งที่จำเป็นต้องแก้ไขก่อน อะไรที่ดีอยู่แล้วก็คงไว้ ทำอย่างพอดีตามความเหมาะสม เพราะถึงแม้ดิฉันจะเป็นคนชอบคนสวย แต่สิ่งหนึ่งที่ดิฉันเชื่อเสมอมาก็คือ ความสวยหรือความหล่อเป็นสิ่งที่เบื้องบนให้มาค่ะ”

cosmetic5
คุณณัฐจงกล หว่อง
ผู้ก่อตั้งและผู้บุกเบิก ‘โตเกียวคลินิก’

เรื่อง: สาวิตรี พรหมสิทธิ์
ภาพ: สรศักดิ์ ลำเลิศวาที

Write A Comment