ปัญหาสุขภาพของวัยทอง

นท.พญ.อรวรรณ กิจเชวงกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และผู้นำในด้านศาสตร์การแพทย์แบบองค์รวมแห่ง Dr.Orawan Holistic Beauty & Anti-Aging Institute ได้ให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวัยทองว่า

“ปกติผู้หญิงจะเข้าวัยทองในช่วงอายุ 45 ปี (บวกลบ 5 ปี) ซึ่งผู้ชายก็จะมีภาวะวัยทองเช่นกัน แต่จะช้ากว่าประมาณ 5-10 ปี อาการของวัยทองทั้งสองเพศจะคล้ายๆ กัน ส่วนมากจะมีอาการร้อนวูบวาบ ผิวพรรณร่วงโรยเร็ว ผมหงอก ปัสสาวะบ่อย และกลั้นปัสสาวะลำบาก ตาแห้ง ผิวแห้ง ไปจนถึงช่องคลอดแห้งทำให้มีปัญหาเรื่องเพศสัมพันธ์ หงุดหงิดง่าย ควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้ช่วงบ่ายจะรู้สึกเพลียจัดต้องการพักผ่อน หลับไม่สนิท นอนหลับยาก มีอาการบวมตามร่างกาย กระดูกเริ่มบาง ผมบางทั้งหญิงและชาย อีกทั้งยังมีปัญหาสุขภาพอื่นๆ เช่น อ้วนง่าย เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง

anti-aging2

“ในบางรายมีอาการของโรคซึมเศร้า ตื่นมาแล้วรู้สึกไม่สดใส จนถึงอาจจะอยากฆ่าตัวตาย ระดับความรุนแรงขึ้นอยู่กับฮอร์โมนที่ขาด ถ้าขาดไทรอยด์อาการเหล่านี้จะเป็นอยู่เฉพาะช่วงเช้า ถ้าฝืนลุกมาทำอะไรนิดหน่อยก็หายแล้ว แต่ถ้าเกิดจากการขาดฮอร์โมนเพศอาการอาจจะอยู่ไปทั้งวัน” คุณหมอเสริมว่า “อาการเหล่านี้สาเหตุหลักเกิดจากการขาดฮอร์โมน เนื่องจากร่างกายเข้าสู่วัยเสื่อม การผลิตฮอร์โมนก็น้อยลง อาการบางอย่าง เช่น หงุดหงิด อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ง่าย ร้อนวูบวาบ อาจจะเป็นอยู่ประมาณ 3-5 ปี ในช่วงที่ร่างกายกำลังปรับตัวจากระดับฮอร์โมนที่ลดลงมาก แต่หลังจากปรับตัวเองได้แล้ว ส่วนใหญ่ภาวะเหล่านี้ก็จะดีขึ้น”

ในบางรายมีอาการของโรคซึมเศร้า ตื่นมาแล้วรู้สึกไม่สดใส จนถึงอาจจะอยากฆ่าตัวตาย ระดับความรุนแรงขึ้นอยู่กับฮอร์โมนที่ขาด

การบำบัดอาการในวัยทอง

“ในสถานพยาบาลส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่ศาสตร์การแพทย์ชะลอวัย มักจะใช้วิธีการให้ฮอร์โมนกับคนไข้ ในช่วง 3-5 ปีแรก แต่การใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์ เช่น ยาคุม เป็นเวลานานติดต่อกันเกิน 3 ปี จะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง ดังนั้น หากเลย 3 ปีไปแล้ว หมอก็มักหยุดให้ยา แม้ว่าคนไข้จะยังปรับตัวไม่ได้ก็ต้องทนเอา”

พญ.อรวรรณ กล่าวต่อว่า “แต่ถ้าเป็นศาสตร์การแพทย์ชะลอวัยและโฮลิสติกส่วนใหญ่จะใช้วิธีที่ต่างไป ไม่ใช่การให้ฮอร์โมนเข้าไปโดยตรง แต่จะเป็นใช้หลักการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างฮอร์โมนขึ้นมาเอง และเสริมเฉพาะในส่วนที่ขาด ซึ่งวิธีการเสริมฮอร์โมนมีหลายวิธี ทั้งวิธีธรรมดาๆ เช่น การออกกำลังกาย การทำสมาธิ การคิดในแง่บวก ทำให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ทำให้หายจากความเจ็บปวด และทำให้อารมณ์ดีขึ้น หรือบางทีร่างกายไม่ได้ขาดฮอร์โมน แต่ขาดวิตามิน เพราะการทำงานของฮอร์โมนต้องการวิตามินเข้ามา ไปจนถึงบางรายที่จำเป็นต้องเสริมฮอร์โมนจริงๆ”

คุณหมอได้ยกตัวอย่าง แนวทางการรักษาของสถาบันฯ ให้ฟังว่า “หนึ่งในวิธีการบำบัดของเราคือใช้ฮอร์โมนที่ผลิตจากสารสกัดจากธรรมชาติ ซึ่งจะใกล้เคียงกับฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตขึ้นมา ไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย นอกจากนั้น ยังมีหลักการให้ตามเวลาที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนตัวนั้นจริงๆ ก็จะทำให้กลับมาดีขึ้น ส่วนใหญ่อาการเบื้องต้น เช่น ตาแห้ง ผิวแห้ง จะดีขึ้นในราว 2 สัปดาห์ แต่ถ้าต้องการจะให้ได้ผลที่ล้ำลึกกว่านั้น เช่น ผมกลับมาดกดำ กระดูกบางช้าลง หรือผิวพรรณดูอ่อนวัยขึ้น ก็อาจจะต้องใช้เวลามากกว่านั้น”

anti-aging3

คุณหมอได้อธิบายเพิ่มเติมในส่วนพลังชีวิตว่า “แพทย์แผนจีนเชื่อว่าพลังชีวิตเรามาจาก 3 ส่วน คือ
1. ปอด มาจากการหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์และการคิดบวก ทำสมาธิ เส้นลมปราณจะเกี่ยวข้องกับหัวใจ ผิวหนัง ปอด
2. กระเพาะ เหมือนคำกล่าวที่ว่า You are what you eat การกินอยู่และเลือกโภชนาการให้ถูกเป็นเรื่องสำคัญ
3. พลังไต เป็นพลังที่อยู่ในระดับพันธุกรรม ไตของแผนจีนไม่ใช่แค่เรื่องของอวัยวะ แต่รวมถึงเป็นแหล่งสะสมพลังชีวิตสุดท้าย ถ้าสองพลังแรกพร่องเมื่อไหร่ ร่างกายจะไปดึงเอาพลังไตซึ่งเหมือนแบตเตอรี่สำรองมาใช้ พลังไต จะดูแลเรื่อง ผม หู เซ็กซ์ และกระดูก สัญญาณที่สังเกตได้คือ ผมหงอก หูตึง กระดูกเสื่อม เซ็กซ์เสื่อม แปลว่าไปดึงเอาพลังสำรองมาใช้แล้ว ร่างกายก็เสื่อมเร็ว แต่หากเราคอยเติมเต็มพลังชีวิต โดยเฉพาะ 1 กับ 2 ให้ดี จะทำให้แก่ช้า ร่างกายเสื่อมช้า และอายุยืน

“ในส่วนของการบำบัดวัยทอง เราก็จะมีการวิเคราะห์และให้คำแนะนำเรื่องทรีตเมนต์ต่างๆ ในทุกระดับ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับคนไข้ด้วยว่าต้องการการรักษาแบบไหน บางคนต้องการแค่ระดับโครงสร้าง โดยไม่สนใจระดับอื่นๆ เลยก็มี แต่เราก็จะให้คำแนะนำควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้ไปดูแลตัวเอง เช่น ผมร่วง ก็เป็นสัญญาณบอกว่าเขาใช้พลังชีวิตสุดท้ายจากส่วนไตแล้ว ต้องกลับมาดูว่า อีกสองพลังเขาดูแลดีหรือยัง อาหารการกินหรือความเครียดแล้วก็มาเติมพลังไตให้เขา ซึ่งเราจะใช้สารสกัดจากธรรมชาติ อาทิ งาดำ ที่ใช้วิธีสกัดพิเศษโดยเฉพาะ เพื่อทดแทนโอเมก้า 3 ซึ่งช่วยในเรื่องบำรุงสมอง สมรรถภาพทางเพศ กระดูกข้อเข่าบวม หรือกระดูกพรุน เป็นต้น บางคนอาจจะมีสารพิษตกค้าง ก็ต้องมาล้างพิษก่อนที่จะบำบัดต่อไป แต่หากมีคนไข้ที่เป็นมะเร็ง ต้องรักษามะเร็งให้หายก่อนถึงจะมาเสริมสร้างขึ้นใหม่

“นอกจากนั้นแล้วในทางการแพทย์ชะลอวัยยังได้ค้นพบว่า สิ่งที่ทำให้ร่างกายเสื่อมคือน้ำตาล หากเราทานน้ำตาลมาก น้ำตาลที่เกินจะไปจับกับโปรตีนในร่างกาย ซึ่งจะทำให้เกิดกระบวนการย่อยสลายและเสื่อม ทำให้เราแก่เร็ว แต่ตอนนี้ทางฝรั่งเศสได้ค้นพบวิธีการและสารสกัดที่จะใช้บล็อกไม่ให้น้ำตาลจับกับโปรตีนได้สำเร็จแล้ว โดยน้ำตาลภายในร่างกายก็ยังทำงานได้ตามปกติ แต่แค่ไม่มาจับกับโปรตีน และช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์”

เตรียมพร้อมรับมือกับวัยทอง

สำหรับใครที่กำลังเข้าสู่ภาวะวัยทอง หรือยังไม่ถึงช่วงเปลี่ยนแปลง แต่อยากจะเตรียมตัวหรือหาวิธีชะลอความเสื่อมของร่างกายให้นานขึ้น พญ.อรวรรณให้คำแนะนำว่า

หนึ่งในวิธีการบำบัดของเราคือใช้ฮอร์โมนที่ผลิตจากสารสกัดจากธรรมชาติ ซึ่งจะใกล้เคียงกับฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตขึ้นมา ไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย

anti-aging4

“ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยทองหรือไม่ หมอแนะนำให้ดูแลเรื่องพลังชีวิต 3 ด้านให้ดี โดยคำนึงถึงเรื่องแรกคือ การใช้เวลาอย่างถูกต้อง เพราะพลังชี่สัมพันธ์กับนาฬิกาชีวิตมาก ถ้าตื่นหรือเข้านอน และทำกิจกรรมต่างๆ ในเวลาที่เหมาะสม จะช่วยเพิ่มพลังชีวิตได้มาก โดยพลังชี่ของปอดจะอยู่ในช่วงตี 3-5 ถ้าเราออกกำลังกาย ได้อากาศบริสุทธิ์ หรือทำสมาธิในช่วงนี้ จะส่งผลดีต่อจิตใจด้วย ช่วงตี 5 ถึง 7 โมง เป็นช่วงพลังชี่ของลำไส้ใหญ่ การขับถ่ายของเสีย และ ช่วง 7-9 โมงเช้า จะเป็นเวลาของกระเพาะ ดังนั้น อาหารเช้าจึงสำคัญมาก

“นอกจากนั้นการรับประทานอาหารที่ถูกต้อง ทั้งปริมาณและคุณค่าอาหารก็สำคัญ รวมถึงการเลือกประเภทของอาหารให้ดี ไม่กินของปิ้ง ย่าง ทอด รับประทานเนื้อสัตว์ให้น้อยลงและรับประทานผักมากขึ้น ควรหมั่นออกกำลังกายและฝึกสมาธิ หรือสวดมนต์ เพื่อทำให้จิตใจสบาย ไม่เครียด”

ความเสื่อมของร่างกาย เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราสามารถชะลอเวลาของการเปลี่ยนแปลงได้ และหากเราเตรียมตัวไว้พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ ทั้งยังมีวิทยาการทางการแพทย์ชะลอวัยที่เจริญก้าวหน้าเมื่อเวลาที่ต้องเผชิญกับวัยทองมาถึง ก็คงไม่ใช่อุปสรรคของการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอีกต่อไป

ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยทองหรือไม่ หมอแนะนำให้ดูแลเรื่องพลังชีวิต 3 ด้านให้ดี โดยคำนึงถึงเรื่องแรกคือ การใช้เวลาอย่างถูกต้อง เพราะพลังชี่สัมพันธ์กับนาฬิกาชีวิตมาก

anti-aging5
นท.พญ.อรวรรณ กิจเชวงกุล
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์การแพทย์แบบองค์รวมแห่ง
Dr.Orawan Holistic Beauty & Anti-Aging Institute

เรื่อง: กาญจนา เตชาวัฒนากูล
ภาพ: เฉลิมพล ปัณณานวาสกุล

Write A Comment