วันเวลา ทำอะไรผู้หญิงคนนี้ไม่ได้จริงๆ” น่าจะเป็นประโยคที่ใช้กับ คุณคาร่า พลสิทธิ์ นางแบบ นักแสดง ที่เป็นที่รู้จักและชื่นชมของบ้านเราได้ดีที่สุด ด้วยผิวพรรณที่ผ่องใส ไร้ริ้วรอย ดูอ่อนกว่าวัย หุ่นยังดีแบบเป๊ะเว่อร์ พร้อมด้วยบุคลิกภาพที่สง่าผ่าเผยไม่เคยเปลี่ยน เธอจึงได้ชื่อว่าเป็นผู้หญิงที่ดูแลรูปร่างผิวพรรณได้ดีที่สุดคนหนึ่งในวงการเลยทีเดียว

อะไรคือเคล็ดลับสำคัญสำหรับคุณคาร่า วันนี้ Always Forever Young เลยพาคุณผู้อ่านมาทำความรู้จักกับเธออย่างใกล้ชิด ฤดูร้อน แบบนี้กิจกรรมทางทะเลย่อมเหมาะที่สุด เราเลยนัดกันที่โอเชียน มารีน่า ยอร์ต คลับ พัทยา ท่าจอดเรือยอชต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เป็นส่วนตัว ที่มีบริการล่องเรือยอชต์ ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยที่สุดในพัทยา พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

เรานั่งคุยกันแบบสบายๆ แม้แสงแดดจะร้อนแรง อบอ้าว แต่ก็ไม่ได้ทำให้รอยยิ้มสวยๆ หมดไปจากใบหน้าของเธอ หลังจากที่คุณคาร่ายกขวดน้ำเปล่าขึ้นดื่มจนเกือบหมด เราก็รีบชิงขอเคล็ดลับความงามจากภายในสู่ภายนอกของเธอก่อนทันที

“อยู่ที่การใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย และคิดบวก” คุณคาร่าบอกอย่างนั้น ซึ่งเคล็ดลับที่ว่า ใครจะนำไปใช้รับรองไม่ติดลิขสิทธิ์และผิดกติกาแต่อย่างใด แล้วบทสนทนาแบบยาวๆ ก็เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางฟ้าใส น้ำทะเลสวย และเรือยอชต์สุดหรูอยู่รายล้อม

Cara2

นอกจากเป็นนักแสดง งานหลักๆ ที่ทำอยู่ในตอนนี้มีอะไรบ้างคะ

ตอนนี้พี่เป็นอาจารย์พิเศษสอนพัฒนาบุคลิกภาพ ทุกคนควรจะพัฒนาบุคลิกภาพของตัวเอง อายุ 50 นี่ยังไม่สายเกินไปที่จะเรียนรู้เรื่องบุคลิกภาพ ส่วนใหญ่ที่พี่ไปสอนก็เป็นผู้ใหญ่ เช่น พนักงานบริษัท แผนกเลขาฯ แต่งตัวอย่างไรให้ดูดี วางตัวอย่างไรให้สุภาพกว่าเดิม หรือมารยาทสังคมในแบบระดับสากลมีอะไรบ้าง เป็นต้น นักศึกษาก็สอนปี 3 ปี 4 ที่มหาวิทยาลัยอาร์แบค และธรรมศาสตร์ เน้นในเรื่องของบุคลิกภาพ การวางตัวเวลาไปสัมภาษณ์งาน การแต่งตัวให้เหมาะสม นอกจากนี้ก็มีเดินแบบ

อีกส่วนคือขายออนไลน์เครื่องสำอางแบรนด์ของตัวเองชื่อ คาริสบายคาร่า เดือนมิถุนายนนี้จะครบ 2 ปีแล้ว เป็นเครื่องสำอางที่ลบเลือนริ้วรอยและเรื่องไวท์เทนนิ่งด้วย หลังจากนั้นก็ทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผม สบู่เหลวอาบน้ำ ซึ่งเป็นสมุนไพรที่ดีมาก เพราะพี่ทดสอบเอง ใช้เอง ให้เพื่อนๆ สนิท แม่บ้าน คุณแม่ลองใช้ เมื่อทำขายเราก็รู้สึกดีมากว่าเราให้สิ่งที่ดีมากกับลูกค้า

ในส่วนการดูแลสุขภาพ มีวิธีการดูแลสุขภาพร่างกายอย่างไรให้ดูดีมาตลอดคะ

พี่เน้นเรื่องอาหารการกินมาตั้งแต่ไหนแต่ไร คือกินผักผลไม้เยอะ คุณแม่ของพี่ก็ชอบอาหารที่ดีต่อสุขภาพ พี่กับน้องชายเลยกินผักผลไม้มาตลอด ไม่เคยมีปัญหาว่ากินผักไม่ได้ อย่างขนมปังก็กินโฮลวีตมาตั้งแต่สมัยที่แทบจะไม่มีขาย พออายุ 14-15 ปี ไปอยู่ออสเตรเลีย พวกเราก็ดื่มแต่นมพร่องมันเนย

เรื่องการพัฒนาบุคคลิกภาพไม่ว่าจะอยู่ในช่วงอายุเท่าไหร่ อายุ 50 ปี ก็ยังไม่สายเกินไปที่จะเรียนรู้และพัฒนาบุคคลิกภาพของตัวเอง

พี่กินได้ทั้งอาหารไทย ฝรั่ง แต่จะเน้นไม่กินอาหารที่มีไขมัน เช่น ของทอด ข้าวขาหมู พออายุมากขึ้นก็จะกินเค้ก ขนมหวานน้อยลง ต้องการความหวานน้อยกว่าสมัยก่อน ตอนเป็นนางแบบนี่ต้องการกินขนมหวาน ลูกอมหวานๆ เค้กหวานๆ ตลอด แต่พออายุมากขึ้นมันตัดไปเอง ดื่มชาสมุนไพรก็ไม่ใส่น้ำตาล ไม่ดื่มกาแฟ เพราะดื่มแล้วนอนไม่หลับ ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ กินวิตามินบำรุงบ้างแต่ไม่ถึงกับเยอะ กินแค่ที่จำเป็น เช่น วิตามินซี วิตามินรวม แคลเซียม พี่กินแคลเซียมมาตั้งแต่อายุ 30 รู้สึกว่าเห็นความแตกต่างเลย เพราะมีเพื่อนที่อายุเท่ากันเขาไม่ทานแคลเซียม ตอนนี้เขาไปตรวจมวลกระดูกปรากฏว่ามวลกระดูกเขาบางลงแล้ว ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนออกกำลังกาย ฟิตเนส วิ่ง ตอนนี้เขาเลยต้องบำรุงแคลเซียมใหญ่เลย

พี่ค่อนข้างบกพร่องเรื่องออกกำลังกาย เพราะขี้เกียจ ไม่ชอบออกกำลังกาย สมัยก่อนตอนถ่ายแบบจะใช้วิธีไดเอต ทานให้น้อยจะได้ผอม แต่ก็ไม่ได้อดอาหารนะ ถ้าวันไหนมีโฆษณาสำคัญเข้ามา หรือถ่ายชุดว่ายน้ำพี่ก็จะเต้นแอโรบิกวันละชั่วโมงเพื่อให้เอวลด แต่พอพ้นวัยของการเป็นนางแบบแล้วก็กลับมาขี้เกียจเหมือนเดิม ไม่ได้ออกกำลัง จนกระทั่งปีที่แล้วพี่มีความรู้สึกเหนื่อยๆ ไม่กระฉับกระเฉง คิดว่าทำยังไงจะออกกำลังกายได้ พอดีไปอ่านเจอเรื่องแกว่งแขน ที่เป็นศาสตร์เก่าแก่ของจีน ลองทำก็รู้สึกน่าเบื่อ จนมาเห็นภาพการ์ตูนแกว่งแขน คิดว่าเออมันเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุด ถ้าเราทำอย่างอื่นไม่ได้เราต้องแกว่งแขนให้ได้ เลยตัดสินใจทำ พี่ชอบดูทีวี ข่าว สารคดี พี่ก็แกว่งแขนไปด้วยจะได้ไม่พลาดทั้งข่าวและการออกกำลังกาย ทำให้ไม่เบื่อด้วย ครึ่งชั่วโมงก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทำไป 20 วัน เอวลดลงไปนิ้วนึง หน้าขาก็ลงนะ มันลดได้ทุกส่วน จีนมีศาสตร์การออกกำลังกายเก่าแก่ที่น่าสนใจมากมาย ทั้ง ไท้เก๊ก ไทชิ การแกว่งแขนก็อาจเป็นหนึ่งในนั้น แต่อาจไม่ได้รับความนิยมเท่าไร พี่แกว่งแขนมาตลอดตั้งแต่กันยายนปีที่แล้ว รู้สึกมีกำลังใจอยากจะลองออกกำลังกายในรูปแบบอื่นๆ ตอนนี้พี่ก็เดินเร็วหน้าบ้าน 20 นาที แล้วค่อยๆ เพิ่มเวลาขึ้นเรื่อยๆ จนได้ครึ่งชั่วโมง รู้สึกร่างกายกระฉับกระเฉงขึ้น การเดินเร็วเป็นการออกกำลังกายที่ดีมาก เหมาะกับคนสูงวัย พี่ไปโรงพยาบาลตรวจความดันก็ปกติ คอเลสเตอรอลก็ปกติ พอได้เดินมาเรื่อยๆ สัก 2 เดือนแล้วตอนนี้รู้สึกติด วันไหนไม่ได้เดินจะอยากเดินๆ ในไอโฟนจะมีแอพพลิเคชั่นเกี่ยวกับสุขภาพชื่อ Health พอกดไปมันจะวัดการเดินว่าเราเดินได้วันนึงกี่ก้าว พอเราเห็นตัวเลขมันเหมือนเป็นรางวัลให้กับเรา เพิ่มความอยากได้มากกว่านั้น ก็จะเดินได้เยอะขึ้น

เวลาส่วนใหญ่จะอยู่บ้านเพราะเป็นสิ่งที่ทำให้เราผ่อนคลายมาก รู้เลยว่าตัวเองมีความสุขกับการอยู่กับอะไรที่สงบ

นอกจากออกกำลังกาย ด้วยความที่ชอบนวดหน้าบำรุงผิวหน้า เช้า ก่อนนอน นวดหน้าเดือนละ 2 ครั้ง ตอนนี้พี่ก็ไปเรียนนวดหน้าเพราะอยากรู้ว่าศาสตร์ของการนวดหน้าเป็นยังไง ได้ผลมั้ย นวดธรรมดา นวดกดจุด นวดวีเชฟ พี่ไปเรียนเป็นการนวดหน้าแบบธรรมชาติทั้งหมด ไม่มีเจาะสิวเสี้ยน พอล้างหน้าเสร็จ ทำความสะอาดด้วยครีม ขัดผิวหน้าด้วยสครับเนื้อละเอียด วิธีนวดก็จะใช้มะเหงก (ข้อนิ้วมือ) จากนั้นก็กดจุด 40 จุด รีดน้ำเหลืองออก นวดหน้าเสร็จก็นวดแก้ไขรูปหน้าให้ได้สัดส่วน บางคนแก้มข้างหนึ่งป่องกว่าอีกข้าง ก็ต้องนวดๆๆ จนกว่ากล้ามเนื้อจะนิ่มลง เสร็จแล้วก็ต้องรีดๆๆ ไปเก็บ จากนั้นก็ต้องบล็อกๆๆ พี่เรียน 3 วันเต็ม ได้ความรู้ดีมาก นี่เพิ่งเรียนจบ ต้องทำการบ้านนวดให้ได้ 5 หน้า แล้วส่งครูจึงจะได้ใบประกาศนียบัตรCara3Cara4

กิจกรรมผ่อนคลาย

มีสามเรื่องค่ะ เรื่องแรกคือพี่ชอบ อ่านหนังสือ ตอนเด็กเรียนเมืองไทย ไม่ค่อยมีเพื่อนๆ อ่าน พี่ก็อ่านเท่าที่ครูสั่งให้อ่าน เป็นหนังสือนอกเวลาตอนปิดเทอม แต่ที่เริ่มอ่านจริงจังก็ตอนไปอยู่กับคุณตาคุณยายที่นิวซีแลนด์ คุณยายเป็นบรรณารักษ์ก็จะเอาหนังสือกลับมาให้พี่อ่านวันละเล่ม โดยเลือกในสิ่งที่คิดว่าพี่น่าจะชอบและไม่ยากเกินไป พี่เลยรักการอ่านจากตรงนั้นเป็นต้นมา หลังจากนั้นก็อ่านมาเรื่อยๆ สมัยก่อนก็เป็นนิยาย สืบสวนสอบสวน ฆาตกรรมดังๆ ทั้งหลาย ตอนหลังพัฒนาเป็นชีวประวัติ ประวัติศาสตร์

เรื่องที่สองคือต้นไม้ ตอนเด็กอยู่บ้านเดี่ยวมีสนามหญ้า มีต้นไม้ พี่ชอบบรรยากาศของการมีต้นไม้ มีหญ้า ดิน สัตว์เลี้ยง มด ชอบไปหมด ตอนไปอยู่บ้านคุณตาคุณยายที่นิวซีแลนด์ก็มีสัตว์เลี้ยง มีต้นกุหลาบ ต้นไม้ พอกลับมาเมืองไทยเป็นนางแบบ ซื้อทาวน์เฮาส์ก็มีพื้นที่ไม่มาก คิดมาตลอดว่าอยากมีที่เพิ่มจะได้ปลูกต้นไม้ ในที่สุดก็หาที่ดินอยู่นานมาก จนมาได้ที่ปัจจุบัน พี่เลยปลูกต้นไม้เยอะแยะไปหมด จนเยอะเกิน ปลูกเอง ดูแลเอง จากตอนแรกไม่สูงตอนนี้สูงสิบกว่าเมตร ร่มรื่นมาก พี่ชอบอยู่บ้าน เป็นคนอยู่ติดบ้านมาก เวลาส่วนใหญ่จะอยู่บ้านเพราะเป็น สิ่งที่ทำให้เราผ่อนคลายมาก รู้เลยว่าตัวเองมีความสุขกับการอยู่กับอะไรที่สงบ เราไม่ใช่คนที่มีความสุขกับการอยู่กับเพื่อน ไปเที่ยว ไปคอนเสิร์ต อันนั้นทำให้เครียดมากกว่า (หัวเราะ) ต้องมีเวลาสงบๆ กับตัวเองคนเดียว แม่บ้านจะมาวันจันทร์ถึงศุกร์ เสาร์ อาทิตย์จะเป็นวันของเรา พี่ก็จะรดน้ำต้นไม้ใส่ปุ๋ย ใส่ยาฆ่าแมลง ถังปุ๋ยที่แบกมันก็หนักนะ แต่มีความสุข ทำในสิ่งที่เราชอบ ดอกไม้ออกก็ถ่ายแล้วโพสต์ลงเฟซบุ๊ก

เรื่องที่ 3 คือหมา แมว สัตว์เลี้ยง พี่มีสัตว์เลี้ยงอยู่ข้างๆ มาตั้งแต่จำความได้ ตอนเด็กๆ มีแมว หมานั่งข้างๆ ห่านอยู่ข้างหน้า พี่ชอบอยู่กับธรรมชาติ เคยคิดอยากเป็นสัตวแพทย์ แต่ก็ไม่ได้เป็น ปัจจุบันเลี้ยงหมา 7 ตัว แมว 3 ตัว ไม่เคยซื้อ หมา แมวในซอย แมวมาหาหมามาสู่

หลายคนอาจมีความสุขกับการทำอะไรที่ไม่เหมือนเดิม เช่น ไปต่างประเทศ ต่างจังหวัด เล่นกีฬา แต่พี่มีความสุขกับการทำอะไรง่ายๆ ชอบความเรียบง่าย ถ้าต้องทำอะไรแปลกใหม่จะค่อนข้างอึดอัด เครียด

ถ้าคิดว่าอะไรที่เหมาะกับเราก็ไปทำ มีหลายทางเลือกมาก อย่าอยู่เฉยๆ ดูแลตัวเองให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

ฝากอะไรถึงคุณผู้อ่านคะ

เราเข้าสู่วัยที่เริ่มมีตัวเลขมากขึ้น ทุกอย่างเริ่มหย่อนคล้อย สุขภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่เราจะปล่อยไปตามยถากรรมไม่ได้ เดี๋ยวนี้มีทุกสิ่งทุกอย่างที่จะอำนวยความสะดวกให้เราดูดีขึ้นได้ สถานนวดหน้าก็มีสารพัดแบบนวดธรรมดา นวดยกกระชับ บางทีอาจจะมีฉีดโบท็อกซ์ ถ้าคิดว่าอะไรที่เหมาะกับเราก็ไปทำ มีหลายทางเลือกมาก อย่าอยู่เฉยๆ ดูแลตัวเองให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ออกจากบ้านก็แต่งตัวให้ดูดี แต่งหน้าให้มีสีสันบ้าง ไม่ใช่เข้ม ผมก็หวีให้เป็นทรง นอกจากนี้ก็หาอะไรที่มีคุณค่าทำ คือต่อให้เราเป็นแม่บ้านไม่มีงานทำ การเป็นแม่บ้านก็ยากนะ เพราะต้องเลี้ยงลูก ดูแลบ้าน แต่อาจจะหากิจกรรมอะไรเพิ่มเติมทำร่วมกับเพื่อนคนอื่นๆ เช่นอาจจะไปเรียนคลาสอะไรเล็กๆ น้อยๆ เพื่อจะได้มีสังคมใหม่เกิดขึ้น มีเพื่อนใหม่ๆ ทำให้ตัวเรารู้สึกมีคุณค่า และไม่จำเป็นต้องไปทำกิจกรรมที่แพงนะ ไปเดินในสวนสาธารณะของหมู่บ้านก็ได้

ที่สำคัญต้องคบกับคนที่คิดบวกด้วย อย่าไปอยู่กับคนคิดลบ เช่น จะไปแต่งหน้าทำไม เดินเร็วทำไมเดี๋ยวหัวเข่าแตก เดี๋ยวข้อหลุด เรียนทำไมเปลืองเงินลูกจะสอบแล้ว เพราะถ้าคิดลบแบบนี้ก็กลายเป็นว่าเราไม่กล้าทำอะไรเพราะคนรอบข้างคิดลบหมด

Cara5

เรื่อง: วราภรณ์ พวงไทย
ภาพ: อนุช ยนตมุต


TOD’s at G floor siamParagon, Dissaya at 1 floor SiamParagon, Burberry at G floor SiamParagon, Jimmy Choo at G floor SiamParagon,
EAGGAMON at Holiday Inn Bangkok, Ferragamo at 1 floor Emporium, PLEATS PLEASE ISSEY MIYAKE at G floor Emquartier

Stylist – Rapinpan Kamphoo Hair – Chawakij Suphanpong Make-up – Puu Kitipat

Write A Comment