ในยุคหนึ่งเคยมีคำพูดขำๆ เกี่ยวกับเรื่องการลงทุนซื้อหุ้นเอาไว้ว่า “คนจนซื้อหวย คนรวยซื้อหุ้น” แต่ปัจจุบันคำพูดนั้นอาจจะไม่เป็นจริงอีกต่อไป เพราะไม่จำเป็นว่ารวยหรือจน คนที่ฉลาดในการบริหารจัดการเรื่องเงิน ต่างรู้จักการลงทุนในเรื่องหุ้น เพราะรู้ดีว่าแม้จะมีความเสี่ยง แต่หากศึกษาข้อมูลให้ถ่องแท้ ผลกำไรจากหุ้นจะเป็น Passive Income ที่งอกเงยและคืนกำไรในระยะยาวหรือสั้นให้แก่ผู้ลงทุนอย่างแน่นอน

รู้จักตัวเอง รู้จักตลาดหุ้น

สำหรับมือใหม่หัดเล่น (หุ้น) สิ่งแรกที่ควรทำก่อนตัดสินใจกระโจนสู่สนามการลงทุน คือการสำรวจความต้องการทางการเงินของตัวเองให้ชัดเจน เช่น ต้องการลงทุนเพื่อหาผลกำไรในระยะยาว หรือต้องการลงทุนเพื่อออมเงินก้อนไว้ใช้ในอนาคตหลังเกษียณ เป็นต้น เมื่อรู้จักความต้องการของตัวเองแล้ว สิ่งที่ต้องพิจารณาต่อไปคือเงื่อนไขในการลงทุน เช่น เงินลงทุนมีมากน้อยเพียงใด มีความสนใจหรือมีเวลาติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นหรือไม่ หากการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดหวังจะยอมรับได้ในวงเงินเท่าใด

การทบทวนตัวเองให้ถ่องแท้ จะทำให้เรารู้ว่าสามารถรับความเสี่ยงได้แค่ไหน โดยทั่วไปมักแบ่งนักลงทุนตามความเสี่ยงได้เป็น 3 รูปแบบคือ นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ ไม่ชอบความผันผวนทางการเงินที่คาดการณ์ไม่ได้ และมุ่งรักษาเงินต้นในการลงทุนให้ปลอดภัย รูปแบบที่สองคือ นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ในระดับปานกลาง กลุ่มนี้จะเปิดใจรับความผันผวนในการลงทุนได้มากกว่ากลุ่มแรกเพื่อแลกกับผลกำไรที่สูงขึ้น แต่ต้องไม่เสี่ยงจนเกินไป ส่วนกลุ่มสุดท้ายคือนักลงทุนที่ใจกล้า รับความเสี่ยงได้สูง มองที่ผลตอบแทนจำนวนมากในระยะยาว

เมื่อประเมินตัวเองชัดเจนแล้ว จึงมาถึงขั้นตอนสำคัญในการศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับหุ้นประเภทต่างๆ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาเรียนรู้ให้เข้าใจก่อนการลงทุนโดยพื้นฐานแล้วการลงทุนเกี่ยวกับหุ้นด้วยตัวเอง มีอยู่ 4 ประเภทใหญ่ๆ ซึ่งอาจจะพูดได้ว่า เป็นการเลือกลงทุนตามความเสี่ยง ดังนี้

  • ลงทุนเป็นเจ้าหนี้ (Debt) เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงในระดับต่ำ คล้ายกับเราเป็นเจ้าหนี้ที่รอเวลาทวงเงิน นั่นคือการลงทุนกับพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ หุ้นกู้ หรือหุ้นกู้แปลงสภาพ
  • ลงทุนเป็นเจ้าของ (Equity) เขยิบความเสี่ยงขึ้นมาอีกขั้น แทนที่จะเป็นเจ้าหนี้แบบประเภทแรก ก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของ นั่นคือการลงทุนกับตราสารทุน หรือตราสารที่กิจการออกขายให้แก่ผู้ลงทุนเพื่อระดมเงินทุนไปใช้ในกิจการ ได้แก่ หุ้นสามัญ (มีสิทธิในการบริหารบริษัท) และหุ้นบุริมสิทธิ (ไม่มีสิทธิออกเสียงในการบริหาร)
  • ลงทุนจัดการความเสี่ยง (Derivatives) ในกรณีที่รับความเสี่ยงได้สูง มีเวลาติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นอย่างต่อเนื่อง ควรพิจารณาการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ ซึ่งเป็นตราสารทางการเงินประเภทหนึ่ง มีลักษณะเป็นสัญญาหรือข้อตกลงที่จะซื้อหรือขายสินค้าในราคาปริมาณ และเงื่อนไขอื่นที่ตกลงกันไว้ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบมาตรฐาน (Futures) หรือตราสารสิทธิ (Option) เป็นต้น
  • ลงทุนทางเลือกอื่น (Alternative Investment) การลงทุนยังมีรูปแบบและความเสี่ยงที่หลากหลายกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความถนัดและความสนใจของเราด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกลงทุนทองคำ หรือตลาดอสังหาริมทรัพย์อีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ และเหมาะกับผู้ที่ยังไม่มั่นใจจะลงทุนเองโดยไม่มีประสบการณ์ นั่นคือ
  • ลงทุนผ่านมืออาชีพ (Mutual Fund) เป็นการลงทุนกับ ‘กองทุนรวม’ ที่มีผู้เชี่ยวชาญในตลาดหลักทรัพย์และธนาคารต่างๆ เป็นผู้บริหารจัดการกองทุนนั้นๆ กองทุนรวมมีทั้งแบบระยะสั้น ระยะยาว ให้เลือกลงทุนตามรูปแบบความต้องการในการใช้เงิน ไม่ว่าจะเป็น กองทุนรวม 10 แบบมาตรฐาน, กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF), กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) หรือ อีทีเอฟ (ETF) ซึ่งมืออาชีพจะให้รายละเอียด และบริหารจัดการเงินลงทุนของคุณได้อย่างเหมาะสม

การทบทวนตัวเองให้ถ่องแท้ จะทำให้เรารู้ว่าสามารถรับความเสี่ยงได้แค่ไหน

money-finance5

ถึงเวลาสร้างพอร์ตการลงทุน (Investment Portfolio)

การลงทุนที่ประสบความสำเร็จจะต้องมีการสร้างพอร์ตลงทุนที่เหมาะกับตนเอง คำว่า ‘พอร์ต’ ย่อมาจากคำว่า ‘พอร์ตการลงทุน’ (Investment Portfolio) บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์หรือพอร์ตหุ้นมี 2 แบบ แบบแรก คือ บัญชีเงินสด (Cash Account) คือบัญชี ที่มีจำนวนเงินตามราคาหุ้นที่เราต้องการลงทุน โดยทั่วไปจะลงทุนไม่เกินวงเงินในบัญชีนี้ แต่ในกรณีที่เกินต้องโอนเงินเพิ่มเข้าไป พอร์ตแบบนี้มีความคล่องตัวสูงอาจเปิดรอไว้ก่อน เมื่อศึกษาหุ้นจนมั่นใจแล้วจึงลงทุนและโอนเงินเข้าบัญชี

พอร์ตประเภทที่สอง คือ บัญชีเงินให้กู้ยืมเพื่อการซื้อหลักทรัพย์ หรือบัญชีมาร์จิน (Margin Account) หรือ เครดิตบาลานซ์ (Credit Balance) บัญชีลักษณะนี้พูดง่ายๆ ว่า “จะซื้อต้องมีเงิน จะขายต้องมีหลักทรัพย์” เพราะผู้ลงทุนต้องจ่ายเงินสดจำนวนหนึ่ง และกู้ยืมจากบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หรือโบรกเกอร์อีกบางส่วน โดยต้องมีหลักประกันเป็นหลักทรัพย์ และมีค่าใช้จ่ายเรื่องดอกเบี้ยเงินกู้นั้นๆ ซึ่งบัญชีหรือพอร์ตลักษณะนี้ จำเป็นต้องใช้เงินในการเปิดพอร์ตเป็นหลักหลายหมื่น

อีกบัญชีหนึ่งที่เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ คือการเลือกลงทุนกับ กองทุนรวม โดยขั้นตอนการเปิดบัญชีครั้งแรกนั้นต้องติดต่อขอเปิดบัญชีกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แต่ละแห่ง หรือตัวแทนขายของ บลจ. จากนั้นจึงกรอกคำขอเปิดบัญชีกองทุนรวมและคำสั่งซื้อหน่วยลงทุน หลังจากชำระค่าหน่วยลงทุนเรียบร้อยแล้ว บลจ. จะออกหลักฐานยืนยันการลงทุนให้ (Fund Book หรือหนังสือรับรองสิทธิ์ ในหน่วยลงทุน) ในครั้งถัดไปหากจะทำรายการซื้อหรือขายคืนให้แก่ บลจ. หรือตัวแทนขายอาจมีบริการที่อำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้น เช่น การซื้อขายหน่วยลงทุนผ่านทางอินเทอร์เน็ต ทางตู้เอทีเอ็ม และทางระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่

money-finance6

สำหรับหลักฐานในการขอเปิดบัญชี ประกอบไปด้วยสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน แต่ในการเปิดพอร์ตเพื่อลงทุนเรื่องหุ้น เราอาจจะมีพอร์ตได้หลายรูปแบบ ตามความต้องการทางการใช้เงินและการลงทุน รวมทั้งสัดส่วนการลงทุนในแต่ละพอร์ตอาจแตกต่างกันไปตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และระดับอัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลงทุนนั้นๆ

ควรมีการตรวจสอบความเคลื่อนไหวพอร์ตการลงทุนอยู่เสมอ อาจทำในลักษณะตารางตรวจสอบพอร์ตการลงทุน 1 ปี ย้อนหลังเพื่อจะได้รู้ว่าเงินลงทุนเพิ่มหรือหายไป

ลงสนาม ติดตามผล

money-finance7เมื่อสร้างพอร์ตตามที่ต้องการได้แล้ว ถึงเวลาเดินหน้าบริหารจัดการพอร์ตของตัวเองอย่างใกล้ชิด มีการติดตามผลและตรวจสอบสถานะการลงทุนของตนเป็นประจำว่าเป็นไปตามเป้าหมายการลงทุนที่กำหนดไว้ตอนต้นหรือไม่ การติดตามอาจทำทุก 6 เดือน หรือ 1 ปี หากไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ จะได้ทำการปรับพอร์ตการลงทุนให้เป็นไปตามแผนการเงินที่วางไว้

ควรมีการตรวจสอบความเคลื่อนไหวพอร์ตการลงทุนอยู่เสมอ อาจทำในลักษณะตารางตรวจสอบพอร์ตการลงทุน 1 ปีย้อนหลังเพื่อจะได้รู้ว่าเงินลงทุนเพิ่มหรือหายไป ซึ่งแต่ละพอร์ตการลงทุนย่อมมีกำไรและขาดทุนแตกต่างกันรวมทั้งเปรียบเทียบกับผลตอบแทนจากเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark) ว่าเป็นอย่างไร เช่น พอร์ตของเราอาจจะติดลบ แต่เมื่อเทียบกับ Benchmark มีการติดลบมากกว่า แสดงว่าการลงทุนของเรายังปลอดภัย เป็นต้น หากวางแผนการลงหุ้นให้รัดกุมตั้งแต่ต้นจนจบ รับรองว่าการลงทุนจะทั้งสนุกและการันตีรายได้ที่งอกเงยขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน

เรื่อง: อโนมา

Write A Comment