ประเด็นที่กำลังเป็นที่สนใจในสังคมปัจจุบัน ซึ่งกำลังจะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมของวัยผู้ใหญ่ ที่มีโจทย์ท้าทายในอนาคตว่า “จะวางแผนทำอะไรในวัยเกษียณ” เรื่องนี้ไม่ยากอย่างที่คิด และมีโอกาสดีๆ ซ่อนอยู่มากมาย

มุมมองดีๆ จาก ลี กวน ยู

“ลี กวน ยู” อดีตรัฐมนตรีสิงคโปร์ผู้ประสบความสำเร็จในชีวิต ได้เคยให้คำแนะนำว่าให้เป็น คนรุ่นใหญ่ที่มีคุณภาพ

“ผมไม่ค่อยชอบเดินทางเท่าไร แต่ผมก็บังคับตัวเองให้ไปโน่นมานี่ในตำแหน่งประธานที่ปรึกษาของหลายบริษัท เช่น ธนาคารและบริษัทน้ำมัน ผมไปจีน ไปอินเดีย…ได้พบปะ ได้ประชุม ได้ฟังคำบรรยายสรุป จะได้รู้ว่าโลกไปถึงไหนแล้ว…มิฉะนั้น ผมว่าเราจะเหี่ยวเฉาแน่หากนั่งนอนอยู่กับบ้านและไม่คบหาผู้คน…”

อดีตรัฐมนตรีชื่อดังของสิงคโปร์ยังเพิ่มเติมอีกว่า ที่สำคัญสำหรับคนอายุมากขึ้นคือ ต้องมีความสนใจอะไรเป็นพิเศษ “ถ้าคุณบอกตัวเองว่า จะเกษียณออกมาเพื่ออ่านหนังสือ เล่นกอล์ฟ และดื่มไวน์ ผมว่าคุณเสร็จแน่ๆ เพราะหลังจากสองสามเดือน คุณจะเริ่มเบื่อ ไม่มีอะไรทำ ไม่มีเป้าหมายในชีวิต คุณจะเริ่มเหี่ยวทั้งร่างกายและหัวใจ…” ดังนั้น คำแนะนำจากท่านผู้อาวุโสของสิงคโปร์ก็คือ ต้องหาเรื่องที่ตนเองสนใจมาทำ และต้องหาอะไรท้าทายตัวเองตลอดเวลา

life-begins60-1“เวลาที่ใครมาบอกผมว่า ใกล้จะเกษียณ จะไม่ทำอะไรแล้ว ผมถามเขาว่า คุณอยากตายเร็วหรือไง แทนที่จะคิดแบบนั้น ลองปรับมุมมองว่า ถ้าคุณต้องการเห็นพระอาทิตย์ขึ้นพรุ่งนี้ คุณต้องหาเหตุผล ต้องมีอะไรมากระตุ้นให้คุณต้องการจะใช้ชีวิตที่สนุกสนานต่อไปเรื่อย …ไม่ใช่พักผ่อนนอนหลับอย่างเดียว…อย่างนี้เท่ากับรอวันตายเท่านั้น”

ด้วยข้อคิดจากบุคคลระดับตำนานท่านนี้จึงสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า ชีวิตเริ่มต้นที่วัยหลังเกษียน เพราะเท่ากับเป็น “การเริ่มต้นใหม่ของชีวิตตนเอง” หลายๆ ท่านหันมาทำอะไรที่เคยอยากทำแต่ไม่ได้ทำ หรือมองหาการเรียนรู้ใหม่ๆ ในสิ่งที่ยังไม่มีโอกาสได้ค้นพบรวมถึงไปเที่ยวในสถานที่ที่ใฝ่ฝัน ถือเป็นการใช้โอกาสของเวลาที่มีอยู่อย่างมีคุณภาพและเต็มไปด้วยประสบการณ์ใหม่ๆ

ถ้าคุณต้องการเห็นพระอาทิตย์ขึ้นพรุ่งนี้ คุณต้องหาเหตุผล ต้องมีอะไรมากระตุ้นให้คุณต้องการจะใช้ชีวิตที่สนุกสนานต่อไปเรื่อย

นักลงทุนชี้โอกาสหลังเกษียณ

นอกจากคนดังระดับเอเชียแล้ว ยังมีคำแนะนำชีวิตหลังเกษียณจากนักลงทุนแบบเน้นคุณค่าชั้นนำของไทย และนักเขียนและคอลัมนิสต์ชื่อดังแนวคิดของ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ซึ่งเป็นคำแนะนำที่มีคุณค่าและน่านำไปประยุกต์ใช้อย่างยิ่ง

นักลงทุนชื่อดังให้ข้อมูลว่า การเกษียณนั้นไม่ควรจะเป็นการเลิกทำงานทุกอย่าง แต่การเกษียณคือการเลิกจากการทำงานประจำที่ทำเพื่อเงินเป็นหลัก หลัง “เกษียณ” จึงควรจะทำงานต่อไป แต่งานที่ทำนั้นควรเป็นงานที่ชอบและมีประโยชน์ต่อตัวเองและสังคมโดยส่วนรวม งานนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่เคยทำอยู่แล้วในลักษณะของงานอดิเรกหรืองานเสริม แต่ไม่มีเวลาหรือโอกาสที่จะทำในขณะนั้น และเมื่อเกษียณจากงานประจำ จึงหันมาทำงานนั้นเป็นงานประจำ ดร.นิเวศน์ให้คำแนะนำว่า “อย่าไปห่วงว่าเราจะทำไม่ได้หรือยากลำบากเกินไป เพราะถ้าทำแล้วเราไม่ชอบหรือไม่ประสบความสำเร็จ เราก็เลิกทำได้เสมอ ประเด็นสำคัญที่สุดก็คือ อายุช่วงหลังเกษียณนั้นไม่ได้มากเกินไปที่จะเริ่มทำสิ่งใหม่ เพราะสำหรับคนทั่วไปผมคิดว่าอายุที่จะเสียชีวิตนั้นน่าจะถึง 80 ปี ซึ่งทำให้มีเวลาอีกตั้งยาวนานที่จะทำสิ่งที่เราต้องการทำ ดังนั้น การเกษียณไม่ใช่เวลาสิ้นสุดแต่เป็นเวลาที่เพิ่งเริ่มต้นสำหรับสิ่งใหม่ที่ท้าทายของชีวิต”life-begins60-2คอลัมนิสต์ชื่อดังเสริมอีกว่า การทำงานในช่วงเวลาหลังเกษียณนั้นถึงแม้ว่าจะไม่ใช่การทำงานเพื่อเงินเป็นหลัก แต่การทำงานแล้วได้เงินด้วยเป็นสิ่งที่ดี เพราะอย่างน้อยเงินเป็นเครื่องวัดว่างานที่เราทำ “มีค่า” ในสายตาของคนในสังคม การทำงานแล้วได้เงินนั้นจะทำให้งานไม่น่าเบื่อหรือไม่มีจุดหมาย หลายคนอาจจะทำงานได้เงินมากกว่าในช่วงที่ยังทำงานปกติก็เป็นไปได้ เพราะหลังจากการเกษียณแล้วเขาก็เป็นอิสระในการเลือกทำเฉพาะงานที่มีค่ามากและไม่ทำงาน “ขยะ” เช่น งานประชุมบางอย่างที่เสียเวลามากและไม่ได้ประโยชน์ อย่างไรก็ตาม ดร.นิเวศน์เตือนว่า “อย่าทำงาน ‘เพื่อเงิน’ เพราะนั่นจะกลายเป็นว่าเรากลับเข้าไปอยู่ในวังวนของการทำงานที่ผูกมัดชีวิตของเราจนไม่มีความสุข พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ งานหลังเกษียณนั้นไม่ควรเป็นงานที่หนักเท่ากับงานประจำเดิม แต่ควรเป็นงานที่มีค่าและมีประโยชน์ ทำแล้วมีความสุข ส่วนเงินนั้นเป็นผลพลอยได้ที่พึงปรารถนา ยิ่งมากก็ยิ่งดีแต่เราไม่ไล่หามัน”

การเกษียณนั้นไม่ใช่ Last Stop หรือ ‘รถเมล์ป้ายสุดท้าย’ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่อิสระและมีความหมายเต็มเปี่ยม เป็นปีทองของชีวิต

สุดท้าย ดร.นิเวศน์ ทิ้งท้ายในเรื่องที่สำคัญมากเกี่ยวกับเรื่องของเงินทอง โดยเพิ่มเติมว่า การเกษียณนั้นแปลว่าเงินที่จะได้จากน้ำพักน้ำแรงจะค่อนข้างน้อยลงหรือหมดไป แต่เรายังต้องใช้เงินในการดำรงชีวิตอยู่ คนที่มีเงินมากเหลือเฟืออาจจะไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่ถึงกระนั้นยังไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะสามารถใช้ได้ตลอดชีวิตอย่างสะดวกสบาย จำเป็นจะต้องรู้จักการบริหารเงิน การบริหารเงินของคนเกษียณนั้นไม่ใช่ไม่ยอมเสี่ยงเลย และทำแค่ฝากเงินไว้กับธนาคาร เพราะดอกเบี้ยที่ต่ำมากเพียง 1-2% ต่อปีในขณะที่ยังมีเงินเฟ้ออยู่นั้นจะทำให้ค่าของเงินลดลงในอนาคต ซึ่งทำให้ความมั่งคั่งลดลงและอาจทำให้เรามีปัญหาทางการเงินได้

life-begins60-4ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนสรุปถึงสูตรการบริหารเงินสำหรับคนเกษียณว่า ส่วนใหญ่ล้วนมีความคล้ายคลึงกัน เพียงแต่การลงทุนอาจจะลงในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า นั่นก็คือ ควรแบ่งกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ใหญ่ๆ สามอย่างคือ หุ้นพันธบัตร และเงินสดในธนาคาร โดยสัดส่วนการลงทุนในหุ้นนั้นให้เอา 80 ตั้งลบด้วยอายุตัวเอง เช่น 60 ปี จะได้ว่าเราควรลงทุนในหุ้น 20% ส่วนการลงทุนในเงินฝากธนาคารทั้งฝากประจำและออมทรัพย์รวมกันไม่เกิน 20% ที่เหลือ 60% ให้ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลหรือตราสารหนี้ที่มั่นคง โดยที่การลงทุนในหุ้นและพันธบัตรนั้น ถ้ายังไม่รู้วิธีหรือเทคนิคที่ถูกต้องก็สามารถลงทุนในกองทุนรวมซึ่งบริหารโดยมืออาชีพได้ การลงทุนเป็นพอร์ตโฟลิโอของสินทรัพย์หลายกลุ่มแบบนี้จะทำให้เราได้ผลตอบแทน สูงขึ้นโดยน่าจะได้ถึงปีละ 5% โดยเฉลี่ยและความเสี่ยงอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้อย่างสบาย

ดร.นิเวศน์กล่าวทิ้งท้ายด้วยมุมมองในแง่บวกว่า “ทั้งหมดนั้นเป็นเพียง ‘ชีวิตหลังเกษียณ’ แนวทางหนึ่ง แต่จริงๆ แล้วหัวใจของมันก็คือ การเกษียณนั้นไม่ใช่ Last Stop หรือ ‘รถเมล์ป้ายสุดท้าย’ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่อิสระและมีความหมายเต็มเปี่ยม เป็นปีทองของชีวิต”

อาชีพสำหรับคนมีไฟหลังเกษียณ

หลายคนที่ยังมีไฟในการทำงาน อาชีพเหล่านี้เป็นแนวทางในการทำงานในวัยหลังเกษียณของคุณได้เป็นอย่างดี ด้วยประสบการณ์และเครือข่ายที่สะสมมายาวนาน สามารถนำคุณค่าเหล่านี้มาปรับให้เป็นอาชีพที่น่าสนใจและจุดไฟให้เกิดขึ้นในชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีความสุข

หากคุณเป็นผู้หนึ่งที่อยากนับหนึ่งอีกครั้ง ลองพิจารณาอาชีพยอดนิยมและมีความเหมาะสมช่วงหลังเกษียณต่อไปนี้

  • ที่ปรึกษา หรือผู้บริหารบริษัท : นำความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างโชกโชน นำมาใช้ประโยชน์ในการเป็นที่ปรึกษา ทั้งในส่วนของงานเอกชนหรือแม้แต่หน่วยงานที่ไม่แสวงหาผลกำไร
  • นักเขียน คอลัมนิสต์ : อาชีพนักเขียนอาจเป็นหนึ่งอาชีพในฝันของหลายคน ถึงเวลาทองแล้วที่คุณจะมีเวลามากมายในการตกผลึกความคิดและเขียนออกมาเป็นหนังสือดีๆ ที่ทำรายได้ให้อย่างไม่น่าเชื่อ
  • อาจารย์ นักวิชาการ : อาชีพอาจารย์และนักวิชาการ คล้ายๆ อาชีพที่ปรึกษาแต่ได้ประโยชน์หลายทาง นั่นคือนอกจากจะเป็นอาชีพที่สร้างรายได้แล้ว ยังเท่ากับเผยแพร่ความรู้ให้เป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาและประชาชนในวงกว้างอีกด้วย
  • ปลูกต้นไม้ จัดสวน : ว่ากันว่าอยากอายุยืนยาวและมีความสุขให้ปลูกต้นไม้ หลายคนที่ชื่นชอบการทำสวนอาจปรับเปลี่ยนงานอดิเรกนี้ให้กลายเป็นอาชีพได้อย่างน่าอัศจรรย์ เพียงค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับพืชที่ทำรายได้ และเราสามารถเพาะปลูกเพื่อทำเป็นอาชีพได้อย่างลงตัว
  • นักลงทุนตลาดหุ้น : หนึ่งในอาชีพยอดนิยม ที่ทั้งทำเงินมหาศาล แถมได้ลุ้นรวมทั้งบริหารสมอง สร้าง Passive Income อย่างงามไปชั่วชีวิต
  • มีบ้าน หรือคอนโดมิเนียมให้เช่า : อีกหนึ่ง Passive Income ที่หาได้จากอสังหาริมทรัพย์ อาชีพที่เปรียบเหมือนน้ำซึมบ่อทรายให้เก็บกินไปยาวนาน วางแผนให้ดี และไล่ตามสถานการณ์ตลาดให้ทัน รับรองกำไรงามๆ รออยู่อย่างแน่นอน
  •  เกษตรกรรม : อาชีพนี้อาจหนักกว่าการทำสวน คล้ายงานอดิเรก แต่คุณสามารถกำหนดสเกลในการทำงานได้ ไม่จำเป็นต้องโหมทำจนเกินกำลัง เพียงแต่มีที่ดินทางการเกษตร และลงทุนกับพืชเศรษฐกิจอย่างฉลาด หรือแม้แต่ออร์แกนิกฟาร์ม ก็ล้วนแล้วแต่สร้างอาชีพที่น่าสนใจได้ทั้งสิ้น

life-begins60-3

Write A Comment